← กลับไปที่หน้ารวมบทเรียนภาษาญี่ปุ่น

🎁 คู่มือเจาะลึกคำแสดงการให้และการรับภาษาญี่ปุ่น: วิธีใช้ あげる, くれる, もらう ฉบับจำง่ายสำหรับคนไทย

ทำไมผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นชาวไทยจึงมองว่าเรื่อง "การให้และการรับ" (授受表現 - Juju Hyougen) เป็นหนึ่งในยาขมทางไวยากรณ์ที่สร้างความสับสนมากที่สุด? นั่นเป็นเพราะในภาษาไทยเรามีคำว่า "ให้" และ "ได้รับ" เป็นตัวชูโรง และเราสามารถใช้คำว่า "ให้" ได้อย่างเป็นสากลในแทบทุกสถานการณ์ แต่สำหรับภาษาญี่ปุ่นนั้น โครงสร้างจะซับซ้อนกว่านั้นมาก เนื่องจากมันขึ้นอยู่กับ "ทิศทางความเคลื่อนไหว" และ "มุมมองความรู้สึก" ของผู้พูดอย่างเหนียวแน่น ในบทความนี้เราจะขจัดปัญหาเหล่านั้นให้หมดไปอย่างเด็ดขาด!

"เพราะคำกริยาแสดงการให้และการรับในภาษาญี่ปุ่น สะท้อนลึกถึงวัฒนธรรมการคำนึงถึงผู้อื่นและความสุภาพ การเลือกคำกริยาที่ถูกต้องจึงเป็นกุญแจสำคัญในการสื่อสารอย่างเป็นธรรมชาติและไม่เสียมารยาท"

📊 ตารางสรุปโครงสร้างไวยากรณ์การให้และการรับของภาษาญี่ปุ่น

เพื่อความเข้าใจในเบื้องต้นและการทบทวนอย่างรวดเร็ว ลองพิจารณาตารางจำแนกหน้าที่และทิศทางการส่งมอบคุณค่าด้านล่างนี้ ซึ่งสรุปหัวใจสำคัญของ 3 คำกริยาหลักอย่าง あげる (Ageru), くれる (Kureru) และ もらう (Morau) ไว้อย่างครบถ้วน:

คำกริยา ความหมายหลัก ประธานผู้ทำกริยา (ผู้ให้/รับ) ทิศทางการเคลื่อนไหวของสิ่งของ คำช่วยแสดงความสัมพันธ์
あげる (Ageru) ให้ (ส่งออกไป) ฉัน หรือ คนในกลุ่มฉันเป็นผู้ให้ ลูกศรชี้ออกจากตัวผู้พูดไปสู่ผู้อื่น ผู้รับใช้คำช่วย に (ni)
くれる (Kureru) ให้ (ส่งเข้ามา) คนอื่นเป็นผู้ให้สิ่งของแก่เรา ลูกศรชี้เข้าหาตัวเราหรือคนในครอบครัว ผู้ให้ใช้คำช่วย は/が (wa/ga)
もらう (Morau) ได้รับ (ดึงเข้าหา) ตัวเราเป็นฝ่ายยอมรับ/รับของมา ลูกศรชี้เข้าหาประธานที่เป็นผู้รับของ ผู้ให้ใช้คำช่วย に (ni) หรือ から (kara)

🔍 เจาะลึกการใช้งานทีละคำอย่างละเอียดพร้อมประโยคตัวอย่าง

โครงสร้างการเลือกคำกริยาเหล่านี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อระบุการสับเปลี่ยนสิ่งของเท่านั้น แต่เป็นการถ่ายทอดทัศนคติของผู้พูดด้วย ดังนั้นเราจึงต้องทำความเข้าใจการประยุกต์ใช้ในแต่ละกรณีตามรายละเอียดหลักภาษาดังต่อไปนี้:

1. あげる (Ageru) - การให้แก่ผู้อื่น (ทิศทางพุ่งออก)

โครงสร้างประโยคมาตรฐานคือ: [ผู้ให้/ฉัน] は [ผู้รับ] に [สิ่งของ] を あげる
เราจะใช้กริยาตัวนี้ในกรณีที่ "ฉันหรือคนในกลุ่มของฉันมอบของให้แก่บุคคลภายนอก" หรือ "บุคคลภายนอกมอบของให้แก่อีกบุคคลภายนอกหนึ่ง" ตัวอย่างเช่น:

⚠️ ข้อควรระวังระดับสูง: ห้ามใช้คำกริยา あげる กับบุคคลที่มีสถานภาพสูงกว่า เช่น เจ้านาย ครู อาจารย์ หรือผู้อาวุโสเด็ดขาด เพราะไวยากรณ์ดั้งเดิมของ あげる มีความหมายในเชิง "การให้ทานหรือความมีน้ำใจจากผู้ใหญ่สู่ผู้น้อย" หากนำไปใช้กับหัวหน้าอาจฟังดูอวดดีและไม่สุภาพ ในกรณีนี้คุณควรเปลี่ยนไปใช้รูปยกย่องสุภาพคือ 差し上げる (Sashiageru) แทน

2. くれる (Kureru) - ผู้อื่นให้แก่ฉัน (ทิศทางพุ่งเข้าตัว)

โครงสร้างประโยคมาตรฐานคือ: [คนนอก] は [ตัวฉัน/คนในกลุ่มฉัน] に [สิ่งของ] を くれる
นี่คือคำที่สร้างปัญหานิยมให้กับนักเรียนไทยมากที่สุด เนื่องจากภาษาไทยใช้คำว่า "ให้" เหมือนกับ あげる แต่ในมุมมองของคนญี่ปุ่น เมื่อไรก็ตามที่ "ทิศทางของสิ่งของพุ่งเข้าหาตัวผู้พูดหรือครอบครัวของผู้พูด" จะต้องบังคับใช้กริยา くれる เท่านั้น ห้ามใช้ あげる โดยเด็ดขาด ตัวอย่างเช่น:

💡 ความลับในการจำ: ในประโยคที่ใช้ くれる เราสามารถละคำว่า 「私に」(watashi ni - ให้แก่ฉัน) ออกไปได้เลยโดยไม่มีใครสับสน เพราะกริยา くれる ถูกจำกัดสิทธิ์การใช้งานมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าผู้รับมีเพียง "ตัวฉันหรือคนในกลุ่มของฉัน" เท่านั้น การพูดว่า 「友達が本をくれました」 จึงเพียงพอต่อการเข้าใจความหมายอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว

3. もらう (Morau) - การรับจากผู้อื่น (มุมมองของผู้รับเป็นประธาน)

โครงสร้างประโยคมาตรฐานคือ: [ผู้รับ/ฉัน] は [ผู้ให้] に/จาก [สิ่งของ] を もらう
คำว่า もらう ทำหน้าที่ตรงกันข้ามกับคำว่า "ให้" โดยจะย้ายมุมมองมาเป็นฝั่งผู้รับสาร เพื่อพูดว่า "ตัวฉันได้รับสิ่งของบางอย่างมาจากใครบางคน" การใช้ もらう ทำให้เราพูดถึงคุณค่าของการได้รับการเกื้อหนุนอย่างอ่อนน้อม ตัวอย่างเช่น:

💡 เกร็ดการใช้คำช่วย: ในประโยคของ もらう เราสามารถระบุแหล่งที่มาของผู้ให้ได้ทั้งคำช่วย に (ni) และ จาก (kara) โดยมีข้อแตกต่างเล็กน้อยคือ หากผู้ให้เป็นบุคคลธรรมดาจะเน้นใช้ เป็นหลัก แต่ถ้าผู้ให้เป็นองค์กร สถาบันการศึกษา หรือบริษัท จะต้องใช้คำช่วย から เท่านั้น (ไม่สามารถใช้ に กับองค์กรหรือบริษัทได้ในเชิงไวยากรณ์)

✨ ยกระดับสู่อีกขั้น: การมอบและได้รับการช่วยเหลือกระทำ (รูป ~て)

เมื่อเราเข้าใจการให้และรับของที่เป็นรูปธรรมแล้ว ภาษาญี่ปุ่นได้นำเอาหลักการเดิมมาใช้กับการกระทำหรือการบริการ ผ่านการเปลี่ยนกริยาเป็นรูป ~て (te-form) และต่อท้ายด้วยไวยากรณ์ทั้งสามตัวนี้ เกิดเป็นกลุ่มคำช่วยกริยาที่แสดงถึง "การช่วยเหลือด้วยความมีน้ำใจและการนึกถึงความรู้สึกฝ่ายตรงข้าม":

💡 การช่วยเหลือผู้อื่น: ~てあげる (~te ageru)

ใช้เมื่อเราช่วยเหลือหรือทำความดีให้ผู้อื่น เช่น 「宿題を手伝ってあげる」(shukudai wo tetsudatte ageru - ช่วยทำการบ้านให้) อย่างไรก็ตาม ไวยากรณ์นี้มีระดับความเสี่ยงในการสื่อสารสูงมากในชีวิตประจำวัน เพราะการบอกตรงๆ ว่าเรากำลัง "ทำให้ผู้อื่น" อาจฟังดูเหมือนเป็นการ "ทวงบุญคุณ" หรือคิดว่าตนเองเหนือกว่า ถ้าต้องการแสดงความประสงค์ที่จะช่วยเหลืออย่างสุภาพกับผู้ใหญ่หรือลูกค้า ควรหลีกเลี่ยงไวยากรณ์นี้และเปลี่ยนไปใช้รูปถ่อมตัวเชิงประนีประนอม เช่น 「お手伝いしましょうか」(otetsudai shimashou ka - ให้ฉันช่วยไหมคะ/ครับ) แทน

💡 ผู้อื่นช่วยเหลือเราเองด้วยความสมัครใจ: ~てくれる (~te kureru)

ใช้เมื่อมีคนอื่นทำความดีหรืออำนวยความสะดวกให้เราด้วยความตั้งใจดีของเขาเอง ทำให้เรารู้สึกพึงพอใจและซาบซึ้งใจ ตัวอย่างเช่น 「日本語を教えてくれた」(nihongo wo oshiete kureta - เขาช่วยสอนภาษาญี่ปุ่นให้ฉัน) เป็นประโยคที่ให้บรรยากาศที่เป็นธรรมชาติและเต็มไปด้วยมิตรภาพอย่างยิ่ง

💡 การขอร้องและได้รับบริการช่วยเหลือ: ~てもらう (~te morau)

นี่คือไวยากรณ์ที่คนญี่ปุ่นนิยมใช้มากที่สุดในบริบทชีวิตจริงและการทำงาน เพื่อแสดงความรู้สึกขอบคุณต่อความดีของผู้อื่นโดยละนัยยะแห่งการโอ้อวดตนเอง โครงสร้างประโยคจะสื่อความหมายประมาณว่า "เราขอให้เขาช่วยทำ และเขาก็ทำให้อย่างใจดี" เช่น 「先輩に資料をチェックしてもらった」(senpai ni shiryou wo chekku shite moratta - ได้รับการตรวจเอกสารจากรุ่นพี่) ถือเป็นมารยาททางสังคมที่ยอดเยี่ยมมาก

🎮 ฝึกฝนไวยากรณ์จริงผ่านบทสนทนาจำลองในที่ทำงานกับยูโตะ

เพื่อให้คุณสามารถแยกแยะทิศทางของลูกศรและการประยุกต์ใช้ในการทำงานจริงได้อย่างแม่นยำ ลองมาดูการปฏิสัมพันธ์ในบริบทการฝึกงานของ ยูโตะ (Yuto) เพื่อนร่วมงานหนุ่มชาวญี่ปุ่นของของคุณกันดีกว่า:

ฉากที่ 1: ยูโตะเสนอช่วยสอนภาษาญี่ปุ่นในการกรอกฟอร์ม

Yuto Smile
YUTO

「รุ่นพี่ดูมีปัญหากับเอกสารใบสมัครนี้นะครับ ให้ผมเขียนสอนวิธีเขียนให้เอาไหมครับ?」

先輩、この申請書の書き方に困っていますね。僕が書き方を教えてあげましょうか?

บทวิเคราะห์ไวยากรณ์ในฉากนี้:
ในจุดนี้ยูโตะเป็นคนพูดเสนอตัวเองเพื่อกระทำบางอย่างให้รุ่นพี่ (คือตัวเรา) ยูโตะจึงใช้รูป 教えてあげましょうか (oshite agemashou ka) ซึ่งเป็นการใช้ ~てあげる ชี้ความตั้งใจช่วยเหลือจากตัวเขาพุ่งไปหารุ่นพี่นั่นเองครับ

ฉากที่ 2: คุณนำขนมของฝากจากประเทศไทยมามอบให้ยูโตะ

Yuto Surprised
YUTO

「เอ๊ะ! ขนมชิ้นนี้รุ่นพี่ซื้อมาฝากผมเหรอครับ? ขอบคุณมากๆ เลยครับ ดีใจจัง!」

えっ!このお菓子、先輩が僕にくれたんですか?本当にありがとうございます!うれしいです!

บทวิเคราะห์ไวยากรณ์ในฉากนี้:
ในประโยคที่ยูโตะพูดทวนคำขอบคุณ เขาพูดว่า 「先輩が僕にくれたんですか」 (senpai ga boku ni kureta ndesu ka) สังเกตการเลือกใช้กริยา くれた (kureta) เพราะการกระทำหรือของขวัญชิ้นนี้ ถูกนำส่งมาจากคนอื่น (ตัวเราที่เป็นรุ่นพี่) เข้าหาตัวยูโตะนั่นเอง

ฉากที่ 3: คุณพูดขอบคุณยูโตะหลังช่วยแปลเอกสารยากๆ ให้เสร็จเรียบร้อย

Yuto Happy/Tereru
YUTO

「ไม่เป็นไรเลยครับรุ่นพี่! ยินดีที่ได้ช่วยงานรุ่นพี่เสมอครับ คราวหลังมีอะไรบอกได้เลยนะ!」

どういたしまして!先輩に翻訳を手伝ってもらえて、僕ก็勉強になりました!またいつでも言ってくださいね。

บทวิเคราะห์ไวยากรณ์ในฉากนี้:
ยูโตะพูดตอบรับอย่างอารมณ์ดีโดยระบุโครงสร้าง 「翻訳を手伝ってもらえて」 (honyaku wo tetsudatte moraete) ซึ่งเป็นรูปประธานแสดงการยอมรับความร่วมมือ (手伝ってもらう) สื่อสารความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลและเป็นทีมเดียวกันได้อย่างน่าประทับใจ

💡 3 เทคนิคการวิเคราะห์และจดจำเรื่องการให้-การรับไม่ให้สับสน

หากคุณไม่ต้องการสับสนไวยากรณ์บทนี้ในตอนทำข้อสอบหรือตอนพูดคุยสื่อสารกับเพื่อนชาวต่างชาติ ลองนำ 3 วิธีหลักนี้ไปปฏิบัติตามแนวทางการสอนดูนะครับ:

❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทิศทางการให้และการรับ (FAQ)

Q: ทำไมเราถึงมักได้รับคำเตือนว่าห้ามใช้คำกริยา "~てあげる" กับหัวหน้างานหรือเจ้านาย?
A: เพราะว่ารูปไวยากรณ์ ~てあげる (te ageru) แฝงความหมายเชิง "ความมีน้ำใจจากเบื้องสูงลงสู่เบื้องล่าง" หรือสะท้อนอารมณ์ว่าเราตั้งใจทำความดีให้เขาเพื่อรับคำขอบคุณ การพูดกับผู้ใหญ่จึงเสี่ยงต่อการดูถูกหรือถือดี หากต้องการเสนอตัวช่วยเจ้านาย แนะนำให้ใช้รูปถ่อมตัวระดับพิเศษอย่าง 「~させていただきます」(sase te itadakimasu) หรือ 「~いたしましょうか」(itashimashou ka) จะปลอดภัยและสุภาพสูงสุดครับ
Q: การใช้คำช่วย "に" กับ "から" ในประโยคของ "もらう" มีนัยยะความหมายต่างกันอย่างไรบ้าง?
A: โดยทั่วไป ทั้งสองตัวสามารถใช้สลับกันเพื่อบ่งชี้ถึงผู้มอบสิ่งของได้เกือบทั้งหมดครับ ทว่าการใช้ に (ni) จะให้มิติความรู้สึกทางตรงที่มีความเป็นส่วนตัวสูงกว่า (เช่น ได้รับจากเพื่อนสนิทหรือคนรัก) ในขณะที่ から (kara) จะแสดงนัยยะความเป็นทางการ ชี้ทิศทางต้นทาง แหล่งกำเนิด หรือสถาบันต่างๆ เช่น โรงเรียน รัฐบาล หรือห้างร้านต่างๆ และที่สำคัญคือหากฝ่ายที่เป็นผู้ให้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตหรือบุคคล (เช่น บริษัท) จะต้องบังคับใช้ から เท่านั้นครับ
Q: ทำไมบางครั้งในประโยคสนทนารูปปฏิเสธ คนญี่ปุ่นถึงเลือกใช้คำว่า "~てもらえない" แทนประโยคปฏิเสธทั่วไป?
A: การเลือกถามว่า 「~てもらえませんか」(te moraemasen ka - ช่วยกรุณาทำอันนี้ให้หน่อยได้ไหมครับ) เป็นการขอความร่วมมือที่แสดงการให้เกียรติแก่ผู้รับสารสูงสุด เพราะโครงสร้างนี้แปลตรงตัวได้อารมณ์ประมาณว่า "ฉันสามารถที่จะได้รับความช่วยเหลือจากคุณได้ไหม" ซึ่งสุภาพและนุ่มนวลกว่าการสั่งงานทั่วไปมาก จึงเป็นกุญแจสำคัญในการเจรจาธุรกิจของคนญี่ปุ่นครับ
Q: ปัจจุบันสามารถใช้คำว่า あげる กับการให้น้ำแก่สัตว์เลี้ยงหรือดอกไม้ได้จริงหรือไม่?
A: ตามหลักไวยากรณ์คลาสสิกดั้งเดิม หากเป็นการให้น้ำพืชหรือให้อาหารแก่สัตว์ จะต้องใช้คำกริยาว่า やる (Yaru) เท่านั้น ทว่าในภาษาญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในครอบครัวคนรุ่นใหม่ สัตว์เลี้ยงได้รับการเคารพรักเหมือนเป็นสมาชิกคนสำคัญในบ้าน คนส่วนใหญ่จึงหันมาใช้คำว่า あげる (Ageru) กันอย่างกว้างขวางเพราะรู้สึกว่าคำว่า やる ฟังดูหยาบและลดคุณค่าของสัตว์เลี้ยงจนเกินไปครับ

🎮 ทดลองเล่นเกม ยูโตะ ยูนิเวิร์ส เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งด้านภาษา!

แบนเนอร์เข้าเล่นเกม ยูโตะ ยูนิเวิร์ส อินเทิร์น 1 เดือน เริ่มเข้าเรียนและทดสอบภาษากับยูโตะทันที (เล่นฟรี)