← กลับหน้าหลักสำหรับเล่นเกม (Home)

คู่มือผันรูปบอกความสามารถ (可能形) ภาษาญี่ปุ่นอย่างละเอียดสำหรับคนไทย: วิธีใช้ วิธีผัน และความต่างคู่สับสน เห็นได้ vs มองเห็น

สวัสดีครับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นทุกคน! วันนี้เราจะมาเจาะลึกไวยากรณ์ระดับประถมศึกษา-มัธยมศึกษาตอนต้นที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในชีวิตประจำวัน นั่นคือ **"รูปบอกความสามารถ" หรือ "คาร์โนเค" (可能形 - Kanoukei)** เช่น พูดได้ ทำได้ กินได้ นั่นเองครับ ทว่าเรื่องนี้ไม่ได้ง่ายแค่คำกริยาธรรมดา เพราะคนไทยมักจะติดการแปลจากคำว่า "ได้" ในภาษาไทย ซึ่งนำไปสู่ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้สับสนคู่ยอดฮิตอย่าง 見える (Mieru) กับ 見られる (Mirareru) หรือ 聞こえる (Kikoeru) กับ 聞ける (Kikeru) วันนี้ผมกับยูโตะจะมาไขข้อสงสัยนี้ให้กระจ่างครับ!

📌 ทำความเข้าใจโครงสร้างประโยคบอกความสามารถ

ในภาษาไทย เมื่อเราต้องการบอกว่าทำอะไรได้ เราจะนำคำว่า "ได้" ไปใส่ไว้ข้างท้ายประโยค เช่น "ฉันกินวาซาบิได้" แต่ในภาษาญี่ปุ่น เราจะใช้วิธี **"ผันเปลี่ยนตัวท้ายของคำกริยาโดยตรง"** หรือใช้โครงสร้าง **「~ことができる」 (-te koto ga dekiru)** เพื่อแสดงสถานะของการมีความสามารถหรือเงื่อนไขที่อำนวยให้ทำสิ่งนั้นได้สำเร็จครับ

เมื่อประโยคเปลี่ยนเป็นรูปแสดงความสามารถ สิ่งที่ต้องจำไว้เป็นกฎเหล็กคือ **คำช่วยชี้เป้าหมายที่เป็นกรรมตรงจะเปลี่ยนจาก を (Wo) มาเป็น が (Ga) เป็นส่วนใหญ่** เพื่อเน้นย้ำคุณลักษณะความสามารถนั้น:
- ภาษาญี่ปุ่นแบบปกติ: 日本語話します。 (Nihongo wo hanashimasu = พูดภาษาญี่ปุ่น)
- ภาษาญี่ปุ่นรูปสามารถ: 日本語話せます。 (Nihongo ga hanasemasu = พูดภาษาญี่ปุ่นได้)

📌 บทเรียนที่ 1: วิธีผันคำกริยาเป็นรูปบอกความสามารถ (可能形)

ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกรายละเอียดการใช้งาน เราต้องผันคำกริยาทั้ง 3 กลุ่มให้ถูกต้องกันก่อนครับ มาดูลักษณะการผันรูปพจนานุกรม (Dictionary Form) สู่รูปบอกความสามารถกันเลยครับ:

1. คำกริยากลุ่มที่ 1 (五段動詞 - Godan)

คือคำกริยาที่ลงท้ายด้วยเสียงแถว U ทั้งหมด วิธีการผันคือ **เปลี่ยนเสียงสระ U ตัวสุดท้ายของคำกริยาให้เป็นสระเสียง E แล้วตามด้วย る (Ru)** ดังนี้ครับ:
- 書く (Kaku - เขียน) ➡️ 書る (Kakeru - เขียนได้)
- 話す (Hanasu - พูด) ➡️ 話る (Haneseru - พูดได้)
- 泳ぐ (Oyogu - ว่ายน้ำ) ➡️ 泳る (Oyogeru - ว่ายน้ำได้)
- 待つ (Matsu - รอ) ➡️ 待る (Materu - รอได้)
- 飲む (Nomu - ดื่ม) ➡️ 飲る (Nomeru - ดื่มได้)

2. คำกริยากลุ่มที่ 2 (一段動詞 - Ichidan)

คือคำกริยาที่หน้า る เป็นเสียงสระ I หรือ E วิธีการผันแบบเป็นทางการตามตำราดั้งเดิมคือ **ตัด る ออกแล้วเติม られる (Rareru)**:
- 食べる (Taberu - กิน) ➡️ 食べられる (Taberareru - กินได้)
- 見る (Miru - ดู/เห็น) ➡️ 見られる (Mirareru - ดูได้/เห็นได้)
- 起きる (Okiru - ตื่น) ➡️ 起きられる (Okirareru - ตื่นได้)

💡 **เกร็ดไวยากรณ์สมัยใหม่ (ら抜き言葉 - Ra-nuki):** ในการสนทนาจริงระดับไม่เป็นทางการ คนญี่ปุ่นรุ่นใหม่มักตัดเสียง ら ออก เหลือเพียงแค่ **れる (Reru)** เช่น 食べる ➡️ 食べれる (Tabereru) หรือ 見る ➡️ 見れる (Mireru) เพื่อให้พูดได้รวดเร็วขึ้น แม้จะแพร่หลายมากในชีวิตประจำวันแต่จำไว้ว่าไม่ควรใช้ในการเขียนเอกสารเป็นทางการหรือการสอบ JLPT นะครับ

3. คำกริยากลุ่มที่ 3 (ไม่ปกติ - Irregular)

คำกริยากลุ่มนี้มีเพียงสองคำที่ต้องจำรูปแบบเฉพาะตัวดังนี้ครับ:
- する (Suru - ทำ) ➡️ できる (Dekiru - ทำได้)
- 来る (Kuru - มา) ➡️ 来られる (Korareru) หรือภาษาพูด 来れる (Koreru) (มาได้)

📌 บทเรียนที่ 2: ไขข้อสับสนระดับชาติ — 見える vs 見られる

นี่คือหนึ่งในจุดที่คนไทยใช้สับสนและโดนหักคะแนนบ่อยที่สุดในข้อสอบ เพราะในพจนานุกรมแปลไทยทั้งสองคำสามารถครอบคลุมความหมายว่า "มองเห็นได้ / ดูได้" เหมือนกัน แต่การใช้จริงมีตรรกะต่างกันดังนี้ครับ:

👁️ 見える (Mieru - มองเห็นโดยธรรมชาติ)

คำนี้แปลว่า **"ภาพหรือแสงสะท้อนผ่านเข้ามาในดวงตาโดยธรรมชาติโดยที่เราไม่ต้องตั้งใจหรือพยายามจะมอง"** (สภาวะทางกายภาพพร้อม) เช่น เมื่อเราเปิดหน้าต่างแล้ววิวภูเขาฟูจิก็เข้ามาในลานสายตาเอง หรือมองออกไปนอกหน้าต่างออฟฟิศแล้วเห็นตึก
👉 ตัวอย่างประโยค:
- 窓から富士山が見える。 (Mado kara fujisan ga mieru = มองเห็นภูเขาฟูจิได้จากหน้าต่าง - มันอยู่ในระยะสายตาอยู่แล้ว)
- 暗くてよく見えない。 (Kurakute yoku mienai = มืดจนมองไม่เห็นเลย - สภาวะทางกายภาพมืดเกินไป)

🎬 見られる (Mirareru - สามารถมองเห็น / รับชมได้ด้วยเงื่อนไข)

คำนี้คือรูปบอกความสามารถของกริยา 見る (Miru - ดูด้วยความตั้งใจ) หมายความว่า **"เรามีความตั้งใจที่จะดู และมีปัจจัย เงื่อนไข หรือความสามารถเพียงพอที่ทำให้เราได้ดูสิ่งนั้นสำเร็จ"** (เช่น มีตั๋ว มีเวลา มีเงิน มีแอปพลิเคชัน)
👉 ตัวอย่างประโยค:
- スマホで日本の映画が見られる。 (Sumaho de nihon no eiga ga mirareru = สามารถดูหนังญี่ปุ่นได้ผ่านสมาร์ทโฟน - มีแอปและอินเทอร์เน็ตที่อำนวยให้ดูได้)
- チケットがないから、ライブが見られない。 (Chiketto ga nai kara, raibu ga mirarenai = เพราะไม่มีตั๋ว เลยไปดูไลฟ์ไม่ได้ - ขาดเงื่อนไขที่จำเป็น)

📌 บทเรียนที่ 3: ไขข้อสับสนเสียงสะท้อน — 聞こえる vs 聞ける

กฎเกณฑ์ของคู่นี้เลียนแบบโครงสร้างของตา (見える/見られる) ทุกประการ โดยเปลี่ยนมาเป็นการรับรู้ผ่านทางหูครับ:

👂 聞こえる (Kikoeru - ได้ยินเสียงโดยธรรมชาติ)

แปลว่า **"เสียงเคลื่อนที่เข้ามากระทบแก้วหูตามธรรมชาติโดยไม่จำเป็นต้องตั้งใจฟัง"** เช่น ได้ยินเสียงนกร้อง เสียงรถยนต์วิ่ง หรือได้ยินเสียงเพื่อนพูดคุยกันข้างห้อง
👉 ตัวอย่างประโยค:
- 隣の部屋จากเสียงเพลงが聞こえる。 (Tonari no heya kara uta ga kikoeru = ได้ยินเสียงเพลงลอยมาจากห้องข้างๆ)
- 声が小さくて聞こえません。 (Koe ga chiisakute kikoemasen = เสียงเบาเกินไปจนไม่ได้ยินเลยครับ)

🎵 聞ける (Kikeru - สามารถเปิดรับฟัง / ได้รับฟังด้วยปัจจัย)

คือรูปบอกความสามารถของกริยา 聞く (Kiku - ตั้งใจฟัง) แปลว่า **"เรามีความตั้งใจที่จะฟัง และมีเงื่อนไขหรือเครื่องมือที่ทำให้เราสามารถรับฟังเรื่องหรือเพลงเหล่านั้นได้สำเร็จ"**
👉 ตัวอย่างประโยค:
- YouTubeで最新曲が聞ける。 (YouTube de saishinkyoku ga kikeru = สามารถฟังเพลงล่าสุดได้บนยูทูบ)
- ラジオでニュースが聞ける。 (Rajio de nyuusu ga kikeru = สามารถฟังข่าวสารผ่านทางวิทยุได้)

📊 ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างคู่คลาสสิก

คำกริยา ประเภทการเข้าถึง ความตั้งใจของผู้พูด ตัวอย่างบริบทการใช้งาน
見える (Mieru) มองเห็นโดยธรรมชาติ ไม่ได้ตั้งใจมอง (ตาทำงานอัตโนมัติ) ทิวทัศน์ภายนอก, ป้ายขนาดใหญ่บนถนน, แสงสว่าง
見られる (Mirareru) สามารถเข้าไปรับชมได้ มีความตั้งใจ (มีเงื่อนไข/ตั๋ว/สิทธิ์) ภาพยนตร์, งานนิทรรศการ, การแข่งขันกีฬา
聞こえる (Kikoeru) ได้ยินโดยธรรมชาติ ไม่ได้ตั้งใจฟัง (หูทำงานอัตโนมัติ) เสียงฝนตก, เสียงฟ้าร้อง, เสียงกระซิบ, เสียงดังข้างถนน
聞ける (Kikeru) สามารถเข้าไปรับฟังได้ มีความตั้งใจ (มีเครื่องเล่น/วิทยุ/โอกาส) การบรรยายวิชาการ, คอนเสิร์ต, รายการพอดแคสต์

🎮 เรียนรู้รูปบอกความสามารถผ่านบทสนทนาในชีวิตจริงกับ ยูโตะ (YUTO)

มาดูตัวอย่างการใช้งานรูปสามารถและการแยกแยะ 見える/見られる ในการสนทนาจริงๆ ระหว่างตัวละครในเกมกับคุณกันครับ:

ฉากที่ 1: การสอบถามทักษะและความสามารถเฉพาะตัว

Yuto Happy State
YUTO

「รุ่นพี่ครับ! ผมได้ยินมาว่ารุ่นพี่พูดภาษาญี่ปุ่นเก่งมาก รุ่นพี่สามารถเขียนรายงานเป็นภาษาญี่ปุ่นได้เลยไหมครับ?」

先輩!先輩は日本語が上手だと聞きました。日本語でレポートが書けますか?

วิเคราะห์การใช้งานในฉากนี้:
ยูโตะถามถึงความสามารถในการเขียนของคุณโดยผันคำว่า 書く (Kaku) ไปเป็น 書けますか (Kakemasu ka - เขียนได้ไหม) และมีการเปลี่ยนคำช่วยจาก を ในประโยคปกติ มาชี้คำว่า レポート (รายงาน) ด้วยคำช่วย が (Ga) เพื่อเน้นคุณลักษณะความสามารถนี้ครับ

ฉากที่ 2: การสนทนาชี้ทิวทัศน์รอบตัวช่วงพักเบรค

Yuto Normal State
YUTO

「มองจากห้องประชุมตรงนี้ เห็นรถไฟวิ่งผ่านด้วยล่ะครับ! รุ่นพี่เห็นหรือเปล่าครับ?」

ここの会議室から電車が見えますよ!先輩も見えますか?

วิเคราะห์การใช้งานในฉากนี้:
เนื่องจากรถไฟที่วิ่งอยู่นั้นเป็นภาพที่สะท้อนเข้ามาในเขตระยะสายตาผ่านหน้าต่างกระจกอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้ความพยายามเฉพาะตัว ยูโตะจึงพูดถามคุณโดยใช้คำว่า 見えますか (Miemasu ka - มองเห็นไหม) แทนการผันรูปสามารถของคำกริยาดูครับ

ฉากที่ 3: ชวนชมวิดีโอโครงการใหม่บนคอมพิวเตอร์

Yuto Smile
YUTO

「วิดีโอตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ใหม่สามารถเปิดดูได้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เครื่องนี้แล้วนะครับ!」

新商品のサンプル動画は、このパソコンの画面で見られますよ!

วิเคราะห์การใช้งานในฉากนี้:
การดูวิดีโอนี้ต้องอาศัยอุปกรณ์เชื่อมต่อและการกดเล่นไฟล์ (เงื่อนไขและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก) ยูโตะจึงต้องอธิบายโดยใช้สรรพนามรูปสามารถของคำว่า 見る นั่นคือคำว่า 見られます (Miraremasu) หรือภาษาพูดว่า 見れます (Miremasu) เพื่อชี้ให้เห็นว่าสามารถเข้าไปรับชมเนื้อหาได้สำเร็จครับ

💡 3 เทคนิคช่วยพังกำแพงความสับสนในการใช้งาน

❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรูปสามารถภาษาญี่ปุ่น (FAQ)

Q: เมื่อไหร่ที่ควรเลือกใช้ 「ことができる」 แทนคำกริยารูปสามารถสั้นๆ?
A: ทั้งสองไวยากรณ์มีความหมายทดแทนกันได้ครับ ทว่ารูปประโยคยาวอย่าง ~ことができる (-koto ga dekiru) จะมีความเป็นทางการและสุภาพมากกว่า จึงนิยมใช้ในการเขียนบทความ รายงานทางวิชาการ หรือการนำเสนอสุนทรพจน์อย่างเป็นทางการครับ ส่วนรูปผันสั้นนิยมนิยมใช้พูดในชีวิตประจำวันเพื่อความฉับไวครับ
Q: ทำไมคำว่า 「できる」 (Dekiru) ถึงไม่มีรูปสามารถของตัวเองอีกที?
A: เพราะตัวคำว่า できる (Dekiru) เองเป็นสกรรมกิริยาที่แปลว่า "สามารถทำได้" อยู่แล้วโดยกำเนิดครับ มันจึงอยู่สถานะรูปบอกความสามารถสูงสุดในโครงสร้างแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องนำไปผันซ้ำซ้อนอีกรอบครับ
Q: หากเราใช้คำช่วย 「を」 ชี้กรรมในประโยครูปสามารถ เช่น 「日本語を話せる」 จะถือว่าผิดหลักไวยากรณ์หรือไม่?
A: ปัจจุบันในกลุ่มวัยรุ่นหรือภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการ คนญี่ปุ่นมีการเลือกใช้คำช่วย を ชี้กรรมรูปสามารถเพิ่มขึ้นอย่างมากครับ และถือว่าสื่อสารได้รู้เรื่องไม่ขัดหู แต่ตามไวยากรณ์ดั้งเดิมและข้อสอบของสถาบันศึกษา การใช้คำช่วย が (Ga) ยังเป็นทางเลือกมาตรฐานที่ถูกต้องที่สุดครับ

🎮 ทดสอบทักษะและความเข้าใจรูปสามารถในเกม ยูโตะ ยูนิเวิร์ส!

แบนเนอร์เข้าเล่นเกม ยูโตะ ยูนิเวิร์ส อินเทิร์น 1 เดือน เริ่มเข้าเรียนและทดสอบภาษากับยูโตะทันที (เล่นฟรี)