ในภาษาไทย เมื่อเราต้องการบอกว่าทำอะไรได้ เราจะนำคำว่า "ได้" ไปใส่ไว้ข้างท้ายประโยค เช่น "ฉันกินวาซาบิได้" แต่ในภาษาญี่ปุ่น เราจะใช้วิธี **"ผันเปลี่ยนตัวท้ายของคำกริยาโดยตรง"** หรือใช้โครงสร้าง **「~ことができる」 (-te koto ga dekiru)** เพื่อแสดงสถานะของการมีความสามารถหรือเงื่อนไขที่อำนวยให้ทำสิ่งนั้นได้สำเร็จครับ
เมื่อประโยคเปลี่ยนเป็นรูปแสดงความสามารถ สิ่งที่ต้องจำไว้เป็นกฎเหล็กคือ **คำช่วยชี้เป้าหมายที่เป็นกรรมตรงจะเปลี่ยนจาก を (Wo) มาเป็น が (Ga) เป็นส่วนใหญ่** เพื่อเน้นย้ำคุณลักษณะความสามารถนั้น:
- ภาษาญี่ปุ่นแบบปกติ: 日本語を話します。 (Nihongo wo hanashimasu = พูดภาษาญี่ปุ่น)
- ภาษาญี่ปุ่นรูปสามารถ: 日本語が話せます。 (Nihongo ga hanasemasu = พูดภาษาญี่ปุ่นได้)
ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกรายละเอียดการใช้งาน เราต้องผันคำกริยาทั้ง 3 กลุ่มให้ถูกต้องกันก่อนครับ มาดูลักษณะการผันรูปพจนานุกรม (Dictionary Form) สู่รูปบอกความสามารถกันเลยครับ:
คือคำกริยาที่ลงท้ายด้วยเสียงแถว U ทั้งหมด วิธีการผันคือ **เปลี่ยนเสียงสระ U ตัวสุดท้ายของคำกริยาให้เป็นสระเสียง E แล้วตามด้วย る (Ru)** ดังนี้ครับ:
- 書く (Kaku - เขียน) ➡️ 書ける (Kakeru - เขียนได้)
- 話す (Hanasu - พูด) ➡️ 話せる (Haneseru - พูดได้)
- 泳ぐ (Oyogu - ว่ายน้ำ) ➡️ 泳げる (Oyogeru - ว่ายน้ำได้)
- 待つ (Matsu - รอ) ➡️ 待てる (Materu - รอได้)
- 飲む (Nomu - ดื่ม) ➡️ 飲める (Nomeru - ดื่มได้)
คือคำกริยาที่หน้า る เป็นเสียงสระ I หรือ E วิธีการผันแบบเป็นทางการตามตำราดั้งเดิมคือ **ตัด る ออกแล้วเติม られる (Rareru)**:
- 食べる (Taberu - กิน) ➡️ 食べられる (Taberareru - กินได้)
- 見る (Miru - ดู/เห็น) ➡️ 見られる (Mirareru - ดูได้/เห็นได้)
- 起きる (Okiru - ตื่น) ➡️ 起きられる (Okirareru - ตื่นได้)
💡 **เกร็ดไวยากรณ์สมัยใหม่ (ら抜き言葉 - Ra-nuki):** ในการสนทนาจริงระดับไม่เป็นทางการ คนญี่ปุ่นรุ่นใหม่มักตัดเสียง ら ออก เหลือเพียงแค่ **れる (Reru)** เช่น 食べる ➡️ 食べれる (Tabereru) หรือ 見る ➡️ 見れる (Mireru) เพื่อให้พูดได้รวดเร็วขึ้น แม้จะแพร่หลายมากในชีวิตประจำวันแต่จำไว้ว่าไม่ควรใช้ในการเขียนเอกสารเป็นทางการหรือการสอบ JLPT นะครับ
คำกริยากลุ่มนี้มีเพียงสองคำที่ต้องจำรูปแบบเฉพาะตัวดังนี้ครับ:
- する (Suru - ทำ) ➡️ できる (Dekiru - ทำได้)
- 来る (Kuru - มา) ➡️ 来られる (Korareru) หรือภาษาพูด 来れる (Koreru) (มาได้)
นี่คือหนึ่งในจุดที่คนไทยใช้สับสนและโดนหักคะแนนบ่อยที่สุดในข้อสอบ เพราะในพจนานุกรมแปลไทยทั้งสองคำสามารถครอบคลุมความหมายว่า "มองเห็นได้ / ดูได้" เหมือนกัน แต่การใช้จริงมีตรรกะต่างกันดังนี้ครับ:
คำนี้แปลว่า **"ภาพหรือแสงสะท้อนผ่านเข้ามาในดวงตาโดยธรรมชาติโดยที่เราไม่ต้องตั้งใจหรือพยายามจะมอง"** (สภาวะทางกายภาพพร้อม) เช่น เมื่อเราเปิดหน้าต่างแล้ววิวภูเขาฟูจิก็เข้ามาในลานสายตาเอง หรือมองออกไปนอกหน้าต่างออฟฟิศแล้วเห็นตึก
👉 ตัวอย่างประโยค:
- 窓から富士山が見える。 (Mado kara fujisan ga mieru = มองเห็นภูเขาฟูจิได้จากหน้าต่าง - มันอยู่ในระยะสายตาอยู่แล้ว)
- 暗くてよく見えない。 (Kurakute yoku mienai = มืดจนมองไม่เห็นเลย - สภาวะทางกายภาพมืดเกินไป)
คำนี้คือรูปบอกความสามารถของกริยา 見る (Miru - ดูด้วยความตั้งใจ) หมายความว่า **"เรามีความตั้งใจที่จะดู และมีปัจจัย เงื่อนไข หรือความสามารถเพียงพอที่ทำให้เราได้ดูสิ่งนั้นสำเร็จ"** (เช่น มีตั๋ว มีเวลา มีเงิน มีแอปพลิเคชัน)
👉 ตัวอย่างประโยค:
- スマホで日本の映画が見られる。 (Sumaho de nihon no eiga ga mirareru = สามารถดูหนังญี่ปุ่นได้ผ่านสมาร์ทโฟน - มีแอปและอินเทอร์เน็ตที่อำนวยให้ดูได้)
- チケットがないから、ライブが見られない。 (Chiketto ga nai kara, raibu ga mirarenai = เพราะไม่มีตั๋ว เลยไปดูไลฟ์ไม่ได้ - ขาดเงื่อนไขที่จำเป็น)
กฎเกณฑ์ของคู่นี้เลียนแบบโครงสร้างของตา (見える/見られる) ทุกประการ โดยเปลี่ยนมาเป็นการรับรู้ผ่านทางหูครับ:
แปลว่า **"เสียงเคลื่อนที่เข้ามากระทบแก้วหูตามธรรมชาติโดยไม่จำเป็นต้องตั้งใจฟัง"** เช่น ได้ยินเสียงนกร้อง เสียงรถยนต์วิ่ง หรือได้ยินเสียงเพื่อนพูดคุยกันข้างห้อง
👉 ตัวอย่างประโยค:
- 隣の部屋จากเสียงเพลงが聞こえる。 (Tonari no heya kara uta ga kikoeru = ได้ยินเสียงเพลงลอยมาจากห้องข้างๆ)
- 声が小さくて聞こえません。 (Koe ga chiisakute kikoemasen = เสียงเบาเกินไปจนไม่ได้ยินเลยครับ)
คือรูปบอกความสามารถของกริยา 聞く (Kiku - ตั้งใจฟัง) แปลว่า **"เรามีความตั้งใจที่จะฟัง และมีเงื่อนไขหรือเครื่องมือที่ทำให้เราสามารถรับฟังเรื่องหรือเพลงเหล่านั้นได้สำเร็จ"**
👉 ตัวอย่างประโยค:
- YouTubeで最新曲が聞ける。 (YouTube de saishinkyoku ga kikeru = สามารถฟังเพลงล่าสุดได้บนยูทูบ)
- ラジオでニュースが聞ける。 (Rajio de nyuusu ga kikeru = สามารถฟังข่าวสารผ่านทางวิทยุได้)
| คำกริยา | ประเภทการเข้าถึง | ความตั้งใจของผู้พูด | ตัวอย่างบริบทการใช้งาน |
|---|---|---|---|
| 見える (Mieru) | มองเห็นโดยธรรมชาติ | ไม่ได้ตั้งใจมอง (ตาทำงานอัตโนมัติ) | ทิวทัศน์ภายนอก, ป้ายขนาดใหญ่บนถนน, แสงสว่าง |
| 見られる (Mirareru) | สามารถเข้าไปรับชมได้ | มีความตั้งใจ (มีเงื่อนไข/ตั๋ว/สิทธิ์) | ภาพยนตร์, งานนิทรรศการ, การแข่งขันกีฬา |
| 聞こえる (Kikoeru) | ได้ยินโดยธรรมชาติ | ไม่ได้ตั้งใจฟัง (หูทำงานอัตโนมัติ) | เสียงฝนตก, เสียงฟ้าร้อง, เสียงกระซิบ, เสียงดังข้างถนน |
| 聞ける (Kikeru) | สามารถเข้าไปรับฟังได้ | มีความตั้งใจ (มีเครื่องเล่น/วิทยุ/โอกาส) | การบรรยายวิชาการ, คอนเสิร์ต, รายการพอดแคสต์ |
มาดูตัวอย่างการใช้งานรูปสามารถและการแยกแยะ 見える/見られる ในการสนทนาจริงๆ ระหว่างตัวละครในเกมกับคุณกันครับ:
「รุ่นพี่ครับ! ผมได้ยินมาว่ารุ่นพี่พูดภาษาญี่ปุ่นเก่งมาก รุ่นพี่สามารถเขียนรายงานเป็นภาษาญี่ปุ่นได้เลยไหมครับ?」
先輩!先輩は日本語が上手だと聞きました。日本語でレポートが書けますか?
วิเคราะห์การใช้งานในฉากนี้:
ยูโตะถามถึงความสามารถในการเขียนของคุณโดยผันคำว่า 書く (Kaku) ไปเป็น 書けますか (Kakemasu ka - เขียนได้ไหม) และมีการเปลี่ยนคำช่วยจาก を ในประโยคปกติ มาชี้คำว่า レポート (รายงาน) ด้วยคำช่วย が (Ga) เพื่อเน้นคุณลักษณะความสามารถนี้ครับ
「มองจากห้องประชุมตรงนี้ เห็นรถไฟวิ่งผ่านด้วยล่ะครับ! รุ่นพี่เห็นหรือเปล่าครับ?」
ここの会議室から電車が見えますよ!先輩も見えますか?
วิเคราะห์การใช้งานในฉากนี้:
เนื่องจากรถไฟที่วิ่งอยู่นั้นเป็นภาพที่สะท้อนเข้ามาในเขตระยะสายตาผ่านหน้าต่างกระจกอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้ความพยายามเฉพาะตัว ยูโตะจึงพูดถามคุณโดยใช้คำว่า 見えますか (Miemasu ka - มองเห็นไหม) แทนการผันรูปสามารถของคำกริยาดูครับ
「วิดีโอตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ใหม่สามารถเปิดดูได้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เครื่องนี้แล้วนะครับ!」
新商品のサンプル動画は、このパソコンの画面で見られますよ!
วิเคราะห์การใช้งานในฉากนี้:
การดูวิดีโอนี้ต้องอาศัยอุปกรณ์เชื่อมต่อและการกดเล่นไฟล์ (เงื่อนไขและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก) ยูโตะจึงต้องอธิบายโดยใช้สรรพนามรูปสามารถของคำว่า 見る นั่นคือคำว่า 見られます (Miraremasu) หรือภาษาพูดว่า 見れます (Miremasu) เพื่อชี้ให้เห็นว่าสามารถเข้าไปรับชมเนื้อหาได้สำเร็จครับ
เริ่มเข้าเรียนและทดสอบภาษากับยูโตะทันที (เล่นฟรี)