คู่มือเจาะลึกคำกริยาคู่ "อัตโนมัติ" และ "สกรรมกิริยา" (自動詞 - 他動詞) ในภาษาญี่ปุ่น: เทคนิคจำ วิธีการใช้ และข้อต่างที่คนไทยมักสับสน
ยินดีต้อนรับสู่คู่มือไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นฉบับพิเศษจากทีมงาน YUI และ YUTO ครับ! หนึ่งในปัญหาที่สร้างความปวดหัวให้กับผู้เรียนชาวไทยมากที่สุดก็คือ การเลือกใช้คำกริยาประเภท "อกรรมกิริยา" (Intransitive Verbs / 自動詞 - Jidoushi) และ "สกรรมกิริยา" (Transitive Verbs / 他動詞 - Tadoushi) ที่มักจะมาเป็นคู่หน้าตาคล้ายๆ กัน เช่น คู่ออกเสียงของคำว่า เปิด (開く / 開ける), ปิด (閉まる / 閉める) หรือ ดับ/ปิดไฟ (消える / 消す) หลายคนเกิดความสับสนว่าจะใช้คำช่วยตัวไหน และต้องเลือกคำกริยาฝั่งไหนมาใช้แต่งประโยคให้ถูกต้องตามหลักภาษาและกาลเทศะกันแน่ คู่มือฉบับนี้จะพามาปลดล็อกปัญหานี้ให้หมดไปอย่างแน่นอนครับ!
ภาษาญี่ปุ่นมีการแบ่งแยกคำกริยาตาม "ลักษณะการส่งผ่านการกระทำ" อย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเลือกใช้คำช่วย (Particles) เพื่อชี้กรรมหรือประธานของประโยค ในขณะที่ภาษาไทยของเรามักจะใช้คำศัพท์เดียวกันในการอธิบายทั้งสองสถานการณ์ เช่น ประโยคว่า "ประตูเปิดอยู่" กับ "ฉันเปิดประตู" เราก็ใช้คำว่า "เปิด" เหมือนกันเป๊ะ แต่ในภาษาญี่ปุ่นสองประโยคนี้จะใช้กริยาคนละคำและคำช่วยคนละตัวกันเลยครับ! หากคุณนำคำกริยาอัตโนมัติไปสลับใช้แทนสกรรมกิริยา หรือสับสนการจับคู่คำช่วย จะทำให้ประโยคของคุณฟังดูขัดหูและทำให้คนญี่ปุ่นเกิดความสับสนอย่างมากในทันที
เพื่อช่วยให้คุณสามารถก้าวข้ามผ่านอุปสรรคนี้ได้อย่างราบรื่น ไวยากรณ์ในบทนี้จะอธิบายตั้งแต่โครงสร้างหลักการคิดเบื้องต้น ตารางสรุปการจับคู่คำกริยาที่พบบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวันและในการทำงาน พร้อมนำเสนอ 7 กลุ่มการผันเสียงกริยาที่ทำให้คุณสามารถจำศัพท์เป็นกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปิดท้ายด้วยสถานการณ์จำลองบทสนทนาจริงกับ ยูโตะ (Yuto) รุ่นน้องนักศึกษาฝึกงานญี่ปุ่นที่จะช่วยให้คุณเห็นภาพการนำไปประยุกต์ใช้งานจริงในสถานที่ทำงาน รวมถึงเซ็กชั่นคำถามที่พบบ่อย (FAQ) ที่เจาะลึกทุกข้อสงสัยอย่างหมดเปลือกครับ!
"การเข้าใจความต่างของ Jidoushi และ Tadoushi จะช่วยเปลี่ยนการพูดภาษาญี่ปุ่นของคุณจาก 'การแปลตรงตัวจากไทย' ให้กลายเป็นการสื่อสารอย่างเป็นธรรมชาติเหมือนคนญี่ปุ่นจริงๆ!"
1. ทำความรู้จักนิยามของ Jidoushi และ Tadoushi
อันดับแรก เรามาเริ่มต้นทำความเข้าใจนิยามของคำกริยาทั้งสองกลุ่มนี้อย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นรากฐานในการแต่งประโยคครับ:
1.1 อกรรมกิริยา หรือ Jidoushi (自動詞 - じどうし)
คำว่า 自 (Ji) แปลว่า "ตัวเอง" ดังนั้น Jidoushi จึงหมายถึงคำกริยาที่ "เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ" หรือ "แสดงสภาพของสิ่งนั้นๆ โดยไม่มีผู้กระทำมาเกี่ยวข้องโดยตรงในประโยค" (ไม่ต้องการกรรมมารองรับ) ลักษณะเด่นคือจุดโฟกัสของประโยคจะอยู่ที่ "สภาพที่เปลี่ยนแปลงไปหรือสถานะที่เป็นอยู่ของประธาน"
- 📢 โครงสร้างประโยคมาตรฐาน:
[คำนาม/ประธาน] + が (ga) + [ Jidoushi ]
- ✏️ ตัวอย่างประโยค: ドアが開きます (Doa ga akimasu) = ประตูเปิด (ประตุมันเปิดออกเอง หรือบอกสภาพว่าประตูกำลังเปิดอยู่)
- ✏️ ตัวอย่างประโยค: 電気が消えました (Denki ga kiemashita) = ไฟดับไปแล้ว (ไฟดับเองจากไฟตก หรือสภาพไฟที่ดับลง)
1.2 สกรรมกิริยา หรือ Tadoushi (他動詞 - たどうし)
คำว่า 他 (Ta) แปลว่า "ผู้อื่น" หรือ "สิ่งอื่น" ดังนั้น Tadoushi จึงหมายถึงคำกริยาที่ "มีผู้กระทำจงใจกระทำต่อกรรม" หรือ "เป็นการส่งพลังการกระทำจากประธานไปสู่สิ่งของหรือบุคคลอื่น" (ต้องการกรรมมารองรับ) จุดโฟกัสของประโยคจะอยู่ที่ "การกระทำของประธานที่กระทำต่อกรรมนั้นๆ"
- 📢 โครงสร้างประโยคมาตรฐาน:
[ผู้กระทำ] は/が + [สิ่งที่เป็นกรรม] + を (o) + [ Tadoushi ] (ส่วนใหญ่ละประธานผู้กระทำไว้ในฐานที่เข้าใจได้)
- ✏️ ตัวอย่างประโยค: (私が) ドアを開けます ((Watashi ga) doa o akemasu) = (ฉัน) เปิดประตู (เป็นความจงใจของฉันที่จะเอื้อมมือไปเปิดมันออก)
- ✏️ ตัวอย่างประโยค: (誰かが) 電気を消しました ((Dareka ga) denki o keshimashita) = (ใครบางคน) ปิดไฟ (มีการกระทำของคนไปกดสวิตช์ปิดไฟ)
2. ตารางเปรียบเทียบคำกริยาคู่ที่ใช้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน
คำกริยาอัตโนมัติและสกรรมกิริยาในภาษาญี่ปุ่นมักจะถูกสร้างขึ้นมาเป็นคู่ๆ ที่มีรากศัพท์สะกดคล้ายกัน เพื่อความสะดวกในการสื่อสาร ตารางด้านล่างนี้ได้รวบรวมคู่คำกริยาที่สำคัญที่สุดที่พบบ่อยมากทั้งในตำราเรียนและการทำงานจริงในออฟฟิศครับ:
| ความหมาย |
อกรรมกิริยา (自動詞 - が) |
ตัวอย่างการใช้ (Jidoushi) |
สกรรมกิริยา (他動詞 - を) |
ตัวอย่างการใช้ (Tadoushi) |
| เปิด |
開く (aku) |
ドアが開く (ประตูเปิดออก) |
開ける (akeru) |
ドアを開ける (เปิดประตู) |
| ปิด |
閉まる (shimaru) |
窓が閉まる (หน้าต่างปิด) |
閉める (shimeru) |
窓を閉める (ปิดหน้าต่าง) |
| เปิดไฟ/เครื่องใช้ไฟฟ้า |
つく (tsuku) |
電気がつく (ไฟสว่างขึ้น) |
つける (tsukeru) |
電気をつける (เปิดไฟ) |
| ปิดไฟ/เครื่องใช้ไฟฟ้า |
消える (kieru) |
テレビが消える (ทีวีดับไป) |
消す (kesu) |
テレビ消す (ปิดทีวี) |
| เริ่ม |
始まる (hajimaru) |
会議が始まる (การประชุมเริ่มขึ้น) |
始める (hajimeru) |
会議を始める (เริ่มการประชุม) |
| จบ/เสร็จสิ้น |
終わる (owaru) |
仕事が終わる (งานเสร็จสิ้นลง) |
終える (oeru) |
仕事を終える (ทำงานให้เสร็จ) |
| เข้า/ใส่เข้าไป |
入る (hairu) |
部屋に入る (เข้าห้อง) |
入れる (ireru) |
お茶を入れる (ชงชา/ใส่ชา) |
| ออก/ส่งออก |
出る (deru) |
給料が出る (เงินเดือนออก) |
出す (dasu) |
宿題を出す (ส่งการบ้าน) |
| ตก/ทำตก |
落ちる (ochiru) |
財布が落ちる (กระเป๋าเงินตก) |
落とす (otosu) |
財布を落とす (ทำกระเป๋าเงินตก) |
| เปลี่ยน |
変わる (kawaru) |
予定が変わる (กำหนดการเปลี่ยน) |
変える (kaeru) |
予定を変える (เปลี่ยนกำหนดการ) |
| แก้ไข/ซ่อมแซม |
治る/直る (naoru) |
病気が治る (โรคหายดี) |
治す/直す (naosu) |
病気を治す (รักษาโรค) |
| ตัดสินใจ |
決まる (kimaru) |
方針が決まる (นโยบายถูกกำหนด) |
決める (kimeru) |
方針を決める (ตัดสินนโยบาย) |
3. 7 กฎการผันคู่เสียง Jidoushi และ Tadoushi (Rules of Sound Correspondences)
แม้ดูเหมือนว่าเราต้องมานั่งจำศัพท์สองคำแยกกันทุกครั้ง แต่ความจริงแล้ว ภาษาญี่ปุ่นมีโครงสร้างของระบบเสียงที่เป็นแบบแผนชัดเจนในการแปลงระหว่างคำกริยา Jidoushi และ Tadoushi หากคุณจำ 7 รูปแบบการเปลี่ยนคู่เสียงเหล่านี้ได้ จะช่วยลดภาระการจดจำไปได้มากกว่า 80% เลยทีเดียวครับ!
- ✏️ กลุ่มที่ 1: คู่เสียง 「-aru」 (自動詞) กับ 「-eru」 (他動詞)
สูตร: คำที่เป็นอกรรมกิริยาจะลงท้ายด้วยสระ อะรุ ส่วนสกรรมกิริยาจะลงท้ายด้วยสระ เอะรุ
ตัวอย่าง: 掛かる (kakaru - แขวนอยู่/ใช้เวลา) ➔ 掛ける (kakeru - แขวนสิ่งของ/ใช้เวลา), 閉まる (shimaru - ปิด) ➔ 閉める (shimeru - ปิดบางสิ่ง)
- ✏️ กลุ่มที่ 2: คู่เสียง 「-eru」 (自動詞) กับ 「-asu」 (他動詞)
สูตร: อกรรมกิริยาลงท้ายด้วย เอะรุ ส่วนสกรรมกิริยาลงท้ายด้วย อะสุ
ตัวอย่าง: 増える (fueru - เพิ่มขึ้นเอง) ➔ 増やす (fuyasu - เพิ่มปริมาณ), 出る (deru - ออกไป) ➔ 出す (dasu - เอาออกไป)
- ✏️ กลุ่มที่ 3: คู่เสียง 「-u」 (自動詞) กับ 「-eru」 (他動詞)
สูตร: อกรรมกิริยาอยู่ในรูปเสียงสระ อุ ทั่วไป ส่วนสกรรมกิริยาลงท้ายด้วย เอะรุ
ตัวอย่าง: 開く (aku - เปิด) ➔ 開ける (akeru - เปิดสิ่งของ), 育ดつ (sodatsu - เติบโต) ➔ 育てる (sodateru - เลี้ยงดูให้โต)
- ✏️ กลุ่มที่ 4: คู่เสียง 「-eru」 (自動詞) กับ 「-u」 (他動詞)
สูตร: ตรงข้ามกับกลุ่มที่ 3 คือ อกรรมกิริยาลงท้ายด้วย เอะรุ ส่วนสกรรมกิริยาลงท้ายด้วยสระ อุ ทั่วไป
ตัวอย่าง: 割れる (wareru - แตก) ➔ 割る (waru - ทำแตก/หั่น), 折れる (oreru - หัก) ➔ 折る (oru - หักสิ่งของ)
- ✏️ กลุ่มที่ 5: คู่เสียง 「-ru」 (自動詞) กับ 「-su」 (他動詞)
สูตร: อกรรมกิริยาลงท้ายด้วย รุ ทั่วไป ส่วนสกรรมกิริยาลงท้ายด้วย สุ
ตัวอย่าง: 回る (mawaru - หมุนเอง) ➔ 回す (mawasu - หมุนบางสิ่ง), 返る (kaeru - กลับคืนมา) ➔ 返す (kaesu - ส่งคืน)
- ✏️ กลุ่มที่ 6: คู่เสียง 「-ieru」 (自動詞) กับ 「-asu」 (他動詞)
สูตร: อกรรมกิริยาลงท้ายด้วย เอียะรุ ส่วนสกรรมกิริยาลงท้ายด้วย อะสุ
ตัวอย่าง: 消える (kieru - ดับ/หายไป) ➔ 消す (kesu - ปิด/ลบ *ข้อยกเว้นเสียงแปลง), 冷える (hieru - เย็นลง) ➔ 冷やす (hiyasu - แช่เย็น)
- ✏️ กลุ่มที่ 7: คู่เสียง 「-aru」 (自動詞) กับ 「-u」 (他動詞)
สูตร: อกรรมกิริยาลงท้ายด้วย อะรุ ส่วนสกรรมกิริยาลงท้ายด้วยเสียง อุ ทั่วไป
ตัวอย่าง: 繋がる (tsunagaru - เชื่อมต่ออยู่) ➔ 繋ぐ (tsunagu - ผูก/เชื่อมต่อ)
🎮 4. ฝึกฝนวิทยายุทธ Jidoushi และ Tadoushi ผ่านบทสนทนากับยูโตะ
มาจำลองสถานการณ์การใช้งานคำกริยาคู่ชวนสับสนเหล่านี้ผ่านเหตุการณ์การทำงานและการใช้ชีวิตในออฟฟิศญี่ปุ่นร่วมกับ ยูโตะ (Yuto) นักศึกษาฝึกงานหนุ่มกันครับ ลองกดฟังเสียงตัวอย่างประโยคจริงไปพร้อมๆ กันเพื่อเพิ่มทักษะความคุ้นเคยด้วยนะครับ!
ฉากที่ 1: การสังเกตสภาพห้องประชุมและเครื่องปรับอากาศก่อนเริ่มงาน
YUTO
「รุ่นพี่ครับ แอร์ในห้องประชุมเปิดอยู่เรียบร้อยแล้วนะครับ แต่ว่าไฟยังปิดอยู่ เดี๋ยวผมจะไปเปิดไฟให้นะครับ」
先輩、会議室のエアコンはもうついていますよ。でも電気が消えていますから、私が電気をつけますね。
เจาะลึกไวยากรณ์ในฉากนี้:
1. ยูโตะใช้ประโยคแรกว่า エアコンはもうついています (Aircon wa mou tsuite imasu) ซึ่งมาจากคำว่า つく (tsuku - เปิดอยู่เอง) ที่เป็น Jidoushi เพื่อบรรยายสถานะของแอร์ในห้องประชุม ณ ปัจจุบัน
2. ประโยคถัดมา 電気が消えています (Denki ga kiete imasu) ใช้กริยา Jidoushi คือ 消える (kieru - ดับอยู่) เพื่อชี้สถานะของไฟ
3. สุดท้าย ยูโตะจงใจจะเดินไปกดเปิดสวิตช์ไฟเอง จึงพูดว่า 電気をつけます (Denki o tsukeru) ซึ่งเปลี่ยนมาใช้สกรรมกิริยา つける (tsukeru - เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า) ควบคู่กับคำช่วย を (o) ชี้กรรมได้อย่างเป๊ะสุภาพครับ!
ฉากที่ 2: การตรวจสอบสถานะข้อมูลและการสรุปเอกสารรายงานผลประกอบการ
YUTO
「งานจัดเตรียมเอกสารเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ข้อมูลยอดขายทั้งหมดก็ได้รับการแก้ไขให้ถูกต้องแล้วครับ!」
資料の準備が全て終わりました!売上データの修正も無事に直りましたよ。
เจาะลึกไวยากรณ์ในฉากนี้:
1. ยูโตะใช้คำว่า 準備が終わりました (Junbi ga owarimashita) โดย 終わる (owaru - จบลง/เสร็จสิ้นเอง) เป็นคำกริยา Jidoushi เพื่อเน้นย้ำสภาวะของงานเตรียมการว่าบรรลุผลเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว
2. คำกริยา 直る (naoru - ได้รับการแก้ไข/ซ่อมแซมเสร็จ) เป็นคำกริยา Jidoushi บอกถึงสภาวะที่ข้อมูลที่เคยผิดพลาดได้รับการแก้ไขจนเข้าสู่สถานะปกติ จึงใช้คู่กับคำช่วย が (หรือชี้ประเด็นด้วย も)
ฉากที่ 3: ความระมัดระวังในการดูแลรักษาความปลอดภัยของออฟฟิศก่อนกลับบ้าน
YUTO
「หน้าต่างตรงนั้นเปิดอ้าไว้อยู่ครับ เพราะลมพัดค่อนข้างแรง เดี๋ยวผมจะไปปิดหน้าต่างบานนั้นเองครับ」
あそこの窓が開いていますよ。風が強いですから、私が窓を閉めますね。
เจาะลึกไวยากรณ์ในฉากนี้:
1. ในขณะมองไปเห็นหน้าต่างเปิดทิ้งไว้ ยูโตะพูดว่า 窓が開いています (Mado ga aite imasu) ใช้คำกริยา Jidoushi คือ 開く (aku - เปิดออก) เพื่อเตือนสติรุ่นพี่ถึงสภาพความปลอดภัย
2. ต่อมาเสนอตัวเดินไปปิดให้เรียบร้อยพูดว่า 窓を閉めます (Mado o shimemasu) ใช้คำช่วย を (o) คู่กับ Tadoushi คือ 閉める (shimeru - ปิดสิ่งของ) เพื่อแสดงเจตนาในการลงมือแก้ไขสถานการณ์
💡 5. เทคนิคพิเศษในการวิเคราะห์และจำ Jidoushi - Tadoushi สำหรับคนไทย
เพื่อให้เพื่อนๆ จำได้แม่นและไม่นำไปปะปนกันอีก YUI และ YUTO ขอแนะนำ 3 แนวทางในการฝึกดังนี้ครับ:
- 📌 ฝึกท่องจำกริยาคู่พร้อมคู่คำช่วยติดกันเสมอ: อย่าท่องคำว่า aku = เปิด และ akeru = เปิด แยกจากกันเฉยๆ แต่ให้ท่องคู่เสียงไปพร้อมประโยคสั้นที่เป็นคู่คำช่วยเสมอ เช่น ท่องว่า **「〜が開く(ga aku) / 〜を開ける(o akeru)」** หรือ **「〜が消える(ga kieru) / 〜を消す(o kesu)」** การจำประโยคสั้นๆ นี้จะช่วยให้ปากและประสาทสัมผัสของเราจำไปได้โดยอัตโนมัติเมื่อต้องหยิบไปใช้แต่งประโยคในทันที
- 📌 แยกแยะด้วยหลักเจตนารมณ์ (Willpower): หากสิ่งนั้นขยับตัว ทำงาน หรือเปลี่ยนสภาพไปโดยไม่มีเจตนาของมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ลูกบอลกลิ้ง (転がる), ใบไม้ร่วง (落ちる), กระจกแตก (割れる) ให้คิดถึงคำกริยา Jidoushi เสมอ แต่ถ้ามีการกระทำที่เราหรือบุคคลอื่นตั้งใจเข้าไปทำเพื่อสร้างผลลัพธ์บางอย่าง เช่น โยนลูกบอล (転がす), ทำของตก (落とす), ทุบกระจกแตก (割る) ให้มองหาคำกริยาประเภท Tadoushi
- 📌 ระวังกริยาคำพ้องรูปแต่คนละคำในภาษาไทย: คนไทยมักสับสนจุดนี้บ่อยที่สุดเพราะคำแปลภาษาไทยแปลเหมือนกัน เช่น คำว่า "หาย" (โรคหาย/ของหาย) ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นแยกคำชัดเจน ระหว่างโรคหายดีใช้ **直る/治る (naoru)** ส่วนของหายใช้ **無くなる (nakunaru)** ดังนั้นพยายามจำคำกริยาจาก "ภาพสภาพการณ์จริง" แทนการจดจำจากคำแปลภาษาไทยเพียงอย่างเดียวครับ
❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Jidoushi และ Tadoushi (FAQ)
Q: ความแตกต่างระหว่างการใช้รูปสภาพอกรรมกิริยา 「〜ています」 กับสกรรมกิริยา 「〜てあります」 คืออะไร?
A: นี่คือจุดออกสอบระดับสูงที่คนไทยสับสนบ่อยมากครับ!
1. รูป 「Jidoushi + ています」 (เช่น 窓が開いています) ใช้บอก "สภาพการณ์ปัจจุบันของสิ่งนั้นๆ โดยไม่สนใจว่าใครเป็นคนทำ" (แค่เห็นว่าหน้าต่างมันเปิดอยู่เฉยๆ)
2. รูป 「Tadoushi + てあります」 (เช่น 窓が開けてあります) ใช้บอก "สภาพการณ์ปัจจุบันที่มีใครบางคนจงใจทำสิ่งนั้นทิ้งไว้เพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง" (หน้าต่างเปิดทิ้งไว้ ซึ่งสื่อเป็นนัยว่ามีคนจงใจเปิดเพื่อระบายอากาศเป็นต้น) ซึ่งรูปหลังนี้จะใช้กับ Tadoushi เท่านั้นครับ
Q: ทำไมคำกริยาเคลื่อนไหวอย่าง 「歩く」 (เดิน) หรือ 「飛ぶ」 (บิน) ถึงใช้คู่กับคำช่วย 「を」 ทั้งที่เป็นอกรรมกิริยา (Jidoushi) ?
A: เป็นคำถามที่ดีมากครับ! โดยปกติ Jidoushi จะใช้คำช่วย が แต่สำหรับคำกริยาที่แสดง "การเคลื่อนผ่านพื้นที่ ระยะทาง หรือสถานที่" (เช่น เดินผ่านสวนสาธารณะ บินผ่านท้องฟ้า เลี้ยวตรงหัวมุม) ไวยากรณ์ญี่ปุ่นกำหนดให้ใช้คำช่วย を (o) เพื่อชี้เส้นทางหรือสถานที่ที่เกิดการเคลื่อนผ่านนั้นครับ เช่น 「公園を歩く」 (เดินผ่านสวนสาธารณะ) ดังนั้นจึงถือเป็นข้อยกเว้นการใช้คำช่วยชี้กรรมของคำกริยาที่เป็นอัตโนมัติกลุ่มนี้นั่นเองครับ
Q: มีวิธีการแปลงคำกริยา Jidoushi ให้มีความหมายเหมือน Tadoushi ได้ไหม ในกรณีที่จำคู่ศัพท์ไม่ได้?
A: ในกรณีฉุกเฉินที่คุณลืมคู่คำศัพท์ Tadoushi คุณสามารถนำคำกริยา Jidoushi คำนั้นมาผันใน "รูปให้กระทำ" (Causative Form หรือรูป させる / せる) เพื่อสื่อความหมายในลักษณะเดียวกันได้ครับ เช่น หากนึกคำว่า 落とす (otosu - ทำตก) ซึ่งเป็น Tadoushi ไม่ได้ คุณสามารถนำกริยา Jidoushi คือ 落ちる (ochiru - ตกเอง) มาผันเป็น 落ちさせる (ochisaseru - ทำให้มันตก/ปล่อยให้ตก) เพื่อทดแทนกันในโครงสร้างความหมายได้ชั่วคราวครับ
Q: มีคำกริยาบางคำในภาษาญี่ปุ่นที่เป็นได้ทั้ง Jidoushi และ Tadoushi ในตัวคนเดียวหรือไม่?
A: มีครับ! คำกริยาในกลุ่มนี้เรียกว่า "คำกริยาร่วมสองประเภท" (両用動詞) ตัวอย่างเด่นๆ เช่น 開く (hiraku - เปิด) ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้ง 「ドアが開く」 (ประตูเปิดออกเอง) และ 「本を開く」 (เปิดหนังสือ) หรือคำว่า 閉じる (tojiru - ปิด) เช่น 「本を閉じる」 (ปิดหนังสือ) และ 「目が閉じる」 (ตาปิดลง) รวมถึงกริยากลุ่มคำยืมภาษาจีนที่ลงท้ายด้วย する (suru) บางคำ เช่น 運転する (unden suru - ขับรถ) ด้วยครับ
Q: Jidoushi สามารถนำมาผันเป็นรูปถูกกระทำ (Passive Form) ได้หรือไม่?
A: สามารถทำได้ครับ! ทว่าในภาษาญี่ปุ่นจะมีลักษณะไวยากรณ์พิเศษที่เรียกว่า "รูปถูกกระทำทางอ้อมที่ได้รับความเดือดร้อน" (Adversative Passive / 迷惑の受身) ซึ่งมักใช้คู่กับ Jidoushi เช่น 「雨に降られました」 (ถูกฝนตกใส่ ➔ สื่อความเดือดร้อนว่าเราเปียกฝนและลำบาก) หรือ 「泥棒に逃げられました」 (ถูกขโมยหนีไปเสียแล้ว ➔ สื่อความเดือดร้อนว่าเราตามจับขโมยไม่ได้) ซึ่งเป็นมิติไวยากรณ์ที่ไม่มีในภาษาไทยครับ
🎮 พัฒนาประสาทการฟังและการใช้คำกริยาคู่ภาษาญี่ปุ่นกับยูโตะ!
เริ่มทดลองคุยเล่นเกมจำลองภาษากับยูโตะฟรี