← กลับหน้าหลักเกม YUTO

คู่มือเจาะลึกคำกริยาคู่ "อัตโนมัติ" และ "สกรรมกิริยา" (自動詞 - 他動詞) ในภาษาญี่ปุ่น: เทคนิคจำ วิธีการใช้ และข้อต่างที่คนไทยมักสับสน

ยินดีต้อนรับสู่คู่มือไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นฉบับพิเศษจากทีมงาน YUI และ YUTO ครับ! หนึ่งในปัญหาที่สร้างความปวดหัวให้กับผู้เรียนชาวไทยมากที่สุดก็คือ การเลือกใช้คำกริยาประเภท "อกรรมกิริยา" (Intransitive Verbs / 自動詞 - Jidoushi) และ "สกรรมกิริยา" (Transitive Verbs / 他動詞 - Tadoushi) ที่มักจะมาเป็นคู่หน้าตาคล้ายๆ กัน เช่น คู่ออกเสียงของคำว่า เปิด (開く / 開ける), ปิด (閉まる / 閉める) หรือ ดับ/ปิดไฟ (消える / 消す) หลายคนเกิดความสับสนว่าจะใช้คำช่วยตัวไหน และต้องเลือกคำกริยาฝั่งไหนมาใช้แต่งประโยคให้ถูกต้องตามหลักภาษาและกาลเทศะกันแน่ คู่มือฉบับนี้จะพามาปลดล็อกปัญหานี้ให้หมดไปอย่างแน่นอนครับ!

ภาษาญี่ปุ่นมีการแบ่งแยกคำกริยาตาม "ลักษณะการส่งผ่านการกระทำ" อย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเลือกใช้คำช่วย (Particles) เพื่อชี้กรรมหรือประธานของประโยค ในขณะที่ภาษาไทยของเรามักจะใช้คำศัพท์เดียวกันในการอธิบายทั้งสองสถานการณ์ เช่น ประโยคว่า "ประตูเปิดอยู่" กับ "ฉันเปิดประตู" เราก็ใช้คำว่า "เปิด" เหมือนกันเป๊ะ แต่ในภาษาญี่ปุ่นสองประโยคนี้จะใช้กริยาคนละคำและคำช่วยคนละตัวกันเลยครับ! หากคุณนำคำกริยาอัตโนมัติไปสลับใช้แทนสกรรมกิริยา หรือสับสนการจับคู่คำช่วย จะทำให้ประโยคของคุณฟังดูขัดหูและทำให้คนญี่ปุ่นเกิดความสับสนอย่างมากในทันที

เพื่อช่วยให้คุณสามารถก้าวข้ามผ่านอุปสรรคนี้ได้อย่างราบรื่น ไวยากรณ์ในบทนี้จะอธิบายตั้งแต่โครงสร้างหลักการคิดเบื้องต้น ตารางสรุปการจับคู่คำกริยาที่พบบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวันและในการทำงาน พร้อมนำเสนอ 7 กลุ่มการผันเสียงกริยาที่ทำให้คุณสามารถจำศัพท์เป็นกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปิดท้ายด้วยสถานการณ์จำลองบทสนทนาจริงกับ ยูโตะ (Yuto) รุ่นน้องนักศึกษาฝึกงานญี่ปุ่นที่จะช่วยให้คุณเห็นภาพการนำไปประยุกต์ใช้งานจริงในสถานที่ทำงาน รวมถึงเซ็กชั่นคำถามที่พบบ่อย (FAQ) ที่เจาะลึกทุกข้อสงสัยอย่างหมดเปลือกครับ!

"การเข้าใจความต่างของ Jidoushi และ Tadoushi จะช่วยเปลี่ยนการพูดภาษาญี่ปุ่นของคุณจาก 'การแปลตรงตัวจากไทย' ให้กลายเป็นการสื่อสารอย่างเป็นธรรมชาติเหมือนคนญี่ปุ่นจริงๆ!"

1. ทำความรู้จักนิยามของ Jidoushi และ Tadoushi

อันดับแรก เรามาเริ่มต้นทำความเข้าใจนิยามของคำกริยาทั้งสองกลุ่มนี้อย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นรากฐานในการแต่งประโยคครับ:

1.1 อกรรมกิริยา หรือ Jidoushi (自動詞 - じどうし)

คำว่า 自 (Ji) แปลว่า "ตัวเอง" ดังนั้น Jidoushi จึงหมายถึงคำกริยาที่ "เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ" หรือ "แสดงสภาพของสิ่งนั้นๆ โดยไม่มีผู้กระทำมาเกี่ยวข้องโดยตรงในประโยค" (ไม่ต้องการกรรมมารองรับ) ลักษณะเด่นคือจุดโฟกัสของประโยคจะอยู่ที่ "สภาพที่เปลี่ยนแปลงไปหรือสถานะที่เป็นอยู่ของประธาน"

1.2 สกรรมกิริยา หรือ Tadoushi (他動詞 - たどうし)

คำว่า 他 (Ta) แปลว่า "ผู้อื่น" หรือ "สิ่งอื่น" ดังนั้น Tadoushi จึงหมายถึงคำกริยาที่ "มีผู้กระทำจงใจกระทำต่อกรรม" หรือ "เป็นการส่งพลังการกระทำจากประธานไปสู่สิ่งของหรือบุคคลอื่น" (ต้องการกรรมมารองรับ) จุดโฟกัสของประโยคจะอยู่ที่ "การกระทำของประธานที่กระทำต่อกรรมนั้นๆ"

2. ตารางเปรียบเทียบคำกริยาคู่ที่ใช้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน

คำกริยาอัตโนมัติและสกรรมกิริยาในภาษาญี่ปุ่นมักจะถูกสร้างขึ้นมาเป็นคู่ๆ ที่มีรากศัพท์สะกดคล้ายกัน เพื่อความสะดวกในการสื่อสาร ตารางด้านล่างนี้ได้รวบรวมคู่คำกริยาที่สำคัญที่สุดที่พบบ่อยมากทั้งในตำราเรียนและการทำงานจริงในออฟฟิศครับ:

ความหมาย อกรรมกิริยา (自動詞 - が) ตัวอย่างการใช้ (Jidoushi) สกรรมกิริยา (他動詞 - を) ตัวอย่างการใช้ (Tadoushi)
เปิด 開く (aku) ドアが開く (ประตูเปิดออก) 開ける (akeru) ドアを開ける (เปิดประตู)
ปิด 閉まる (shimaru) 窓が閉まる (หน้าต่างปิด) 閉める (shimeru) 窓を閉める (ปิดหน้าต่าง)
เปิดไฟ/เครื่องใช้ไฟฟ้า つく (tsuku) 電気がつく (ไฟสว่างขึ้น) つける (tsukeru) 電気をつける (เปิดไฟ)
ปิดไฟ/เครื่องใช้ไฟฟ้า 消える (kieru) テレビが消える (ทีวีดับไป) 消す (kesu) テレビ消す (ปิดทีวี)
เริ่ม 始まる (hajimaru) 会議が始まる (การประชุมเริ่มขึ้น) 始める (hajimeru) 会議を始める (เริ่มการประชุม)
จบ/เสร็จสิ้น 終わる (owaru) 仕事が終わる (งานเสร็จสิ้นลง) 終える (oeru) 仕事を終える (ทำงานให้เสร็จ)
เข้า/ใส่เข้าไป 入る (hairu) 部屋に入る (เข้าห้อง) 入れる (ireru) お茶を入れる (ชงชา/ใส่ชา)
ออก/ส่งออก 出る (deru) 給料が出る (เงินเดือนออก) 出す (dasu) 宿題を出す (ส่งการบ้าน)
ตก/ทำตก 落ちる (ochiru) 財布が落ちる (กระเป๋าเงินตก) 落とす (otosu) 財布を落とす (ทำกระเป๋าเงินตก)
เปลี่ยน 変わる (kawaru) 予定が変わる (กำหนดการเปลี่ยน) 変える (kaeru) 予定を変える (เปลี่ยนกำหนดการ)
แก้ไข/ซ่อมแซม 治る/直る (naoru) 病気が治る (โรคหายดี) 治す/直す (naosu) 病気を治す (รักษาโรค)
ตัดสินใจ 決まる (kimaru) 方針が決まる (นโยบายถูกกำหนด) 決める (kimeru) 方針を決める (ตัดสินนโยบาย)

3. 7 กฎการผันคู่เสียง Jidoushi และ Tadoushi (Rules of Sound Correspondences)

แม้ดูเหมือนว่าเราต้องมานั่งจำศัพท์สองคำแยกกันทุกครั้ง แต่ความจริงแล้ว ภาษาญี่ปุ่นมีโครงสร้างของระบบเสียงที่เป็นแบบแผนชัดเจนในการแปลงระหว่างคำกริยา Jidoushi และ Tadoushi หากคุณจำ 7 รูปแบบการเปลี่ยนคู่เสียงเหล่านี้ได้ จะช่วยลดภาระการจดจำไปได้มากกว่า 80% เลยทีเดียวครับ!

🎮 4. ฝึกฝนวิทยายุทธ Jidoushi และ Tadoushi ผ่านบทสนทนากับยูโตะ

มาจำลองสถานการณ์การใช้งานคำกริยาคู่ชวนสับสนเหล่านี้ผ่านเหตุการณ์การทำงานและการใช้ชีวิตในออฟฟิศญี่ปุ่นร่วมกับ ยูโตะ (Yuto) นักศึกษาฝึกงานหนุ่มกันครับ ลองกดฟังเสียงตัวอย่างประโยคจริงไปพร้อมๆ กันเพื่อเพิ่มทักษะความคุ้นเคยด้วยนะครับ!

ฉากที่ 1: การสังเกตสภาพห้องประชุมและเครื่องปรับอากาศก่อนเริ่มงาน

Yuto Smile State
YUTO

「รุ่นพี่ครับ แอร์ในห้องประชุมเปิดอยู่เรียบร้อยแล้วนะครับ แต่ว่าไฟยังปิดอยู่ เดี๋ยวผมจะไปเปิดไฟให้นะครับ」

先輩、会議室のエアコンはもうついていますよ。でも電気が消えていますから、私が電気をつけますね。

เจาะลึกไวยากรณ์ในฉากนี้:
1. ยูโตะใช้ประโยคแรกว่า エアコンはもうついています (Aircon wa mou tsuite imasu) ซึ่งมาจากคำว่า つく (tsuku - เปิดอยู่เอง) ที่เป็น Jidoushi เพื่อบรรยายสถานะของแอร์ในห้องประชุม ณ ปัจจุบัน
2. ประโยคถัดมา 電気が消えています (Denki ga kiete imasu) ใช้กริยา Jidoushi คือ 消える (kieru - ดับอยู่) เพื่อชี้สถานะของไฟ
3. สุดท้าย ยูโตะจงใจจะเดินไปกดเปิดสวิตช์ไฟเอง จึงพูดว่า 電気をつけます (Denki o tsukeru) ซึ่งเปลี่ยนมาใช้สกรรมกิริยา つける (tsukeru - เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า) ควบคู่กับคำช่วย を (o) ชี้กรรมได้อย่างเป๊ะสุภาพครับ!

ฉากที่ 2: การตรวจสอบสถานะข้อมูลและการสรุปเอกสารรายงานผลประกอบการ

Yuto Happy State
YUTO

「งานจัดเตรียมเอกสารเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ข้อมูลยอดขายทั้งหมดก็ได้รับการแก้ไขให้ถูกต้องแล้วครับ!」

資料の準備が全て終わりました!売上データの修正も無事に直りましたよ。

เจาะลึกไวยากรณ์ในฉากนี้:
1. ยูโตะใช้คำว่า 準備が終わりました (Junbi ga owarimashita) โดย 終わる (owaru - จบลง/เสร็จสิ้นเอง) เป็นคำกริยา Jidoushi เพื่อเน้นย้ำสภาวะของงานเตรียมการว่าบรรลุผลเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว
2. คำกริยา 直る (naoru - ได้รับการแก้ไข/ซ่อมแซมเสร็จ) เป็นคำกริยา Jidoushi บอกถึงสภาวะที่ข้อมูลที่เคยผิดพลาดได้รับการแก้ไขจนเข้าสู่สถานะปกติ จึงใช้คู่กับคำช่วย が (หรือชี้ประเด็นด้วย も)

ฉากที่ 3: ความระมัดระวังในการดูแลรักษาความปลอดภัยของออฟฟิศก่อนกลับบ้าน

Yuto Sad State
YUTO

「หน้าต่างตรงนั้นเปิดอ้าไว้อยู่ครับ เพราะลมพัดค่อนข้างแรง เดี๋ยวผมจะไปปิดหน้าต่างบานนั้นเองครับ」

あそこの窓が開いていますよ。風が強いですから、私が窓を閉めますね。

เจาะลึกไวยากรณ์ในฉากนี้:
1. ในขณะมองไปเห็นหน้าต่างเปิดทิ้งไว้ ยูโตะพูดว่า 窓が開いています (Mado ga aite imasu) ใช้คำกริยา Jidoushi คือ 開く (aku - เปิดออก) เพื่อเตือนสติรุ่นพี่ถึงสภาพความปลอดภัย
2. ต่อมาเสนอตัวเดินไปปิดให้เรียบร้อยพูดว่า 窓を閉めます (Mado o shimemasu) ใช้คำช่วย を (o) คู่กับ Tadoushi คือ 閉める (shimeru - ปิดสิ่งของ) เพื่อแสดงเจตนาในการลงมือแก้ไขสถานการณ์

💡 5. เทคนิคพิเศษในการวิเคราะห์และจำ Jidoushi - Tadoushi สำหรับคนไทย

เพื่อให้เพื่อนๆ จำได้แม่นและไม่นำไปปะปนกันอีก YUI และ YUTO ขอแนะนำ 3 แนวทางในการฝึกดังนี้ครับ:

❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Jidoushi และ Tadoushi (FAQ)

Q: ความแตกต่างระหว่างการใช้รูปสภาพอกรรมกิริยา 「〜ています」 กับสกรรมกิริยา 「〜てあります」 คืออะไร?
A: นี่คือจุดออกสอบระดับสูงที่คนไทยสับสนบ่อยมากครับ!
1. รูป 「Jidoushi + ています」 (เช่น 窓が開いています) ใช้บอก "สภาพการณ์ปัจจุบันของสิ่งนั้นๆ โดยไม่สนใจว่าใครเป็นคนทำ" (แค่เห็นว่าหน้าต่างมันเปิดอยู่เฉยๆ)
2. รูป 「Tadoushi + てあります」 (เช่น 窓が開けてあります) ใช้บอก "สภาพการณ์ปัจจุบันที่มีใครบางคนจงใจทำสิ่งนั้นทิ้งไว้เพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง" (หน้าต่างเปิดทิ้งไว้ ซึ่งสื่อเป็นนัยว่ามีคนจงใจเปิดเพื่อระบายอากาศเป็นต้น) ซึ่งรูปหลังนี้จะใช้กับ Tadoushi เท่านั้นครับ
Q: ทำไมคำกริยาเคลื่อนไหวอย่าง 「歩く」 (เดิน) หรือ 「飛ぶ」 (บิน) ถึงใช้คู่กับคำช่วย 「を」 ทั้งที่เป็นอกรรมกิริยา (Jidoushi) ?
A: เป็นคำถามที่ดีมากครับ! โดยปกติ Jidoushi จะใช้คำช่วย が แต่สำหรับคำกริยาที่แสดง "การเคลื่อนผ่านพื้นที่ ระยะทาง หรือสถานที่" (เช่น เดินผ่านสวนสาธารณะ บินผ่านท้องฟ้า เลี้ยวตรงหัวมุม) ไวยากรณ์ญี่ปุ่นกำหนดให้ใช้คำช่วย を (o) เพื่อชี้เส้นทางหรือสถานที่ที่เกิดการเคลื่อนผ่านนั้นครับ เช่น 「公園歩く」 (เดินผ่านสวนสาธารณะ) ดังนั้นจึงถือเป็นข้อยกเว้นการใช้คำช่วยชี้กรรมของคำกริยาที่เป็นอัตโนมัติกลุ่มนี้นั่นเองครับ
Q: มีวิธีการแปลงคำกริยา Jidoushi ให้มีความหมายเหมือน Tadoushi ได้ไหม ในกรณีที่จำคู่ศัพท์ไม่ได้?
A: ในกรณีฉุกเฉินที่คุณลืมคู่คำศัพท์ Tadoushi คุณสามารถนำคำกริยา Jidoushi คำนั้นมาผันใน "รูปให้กระทำ" (Causative Form หรือรูป させる / せる) เพื่อสื่อความหมายในลักษณะเดียวกันได้ครับ เช่น หากนึกคำว่า 落とす (otosu - ทำตก) ซึ่งเป็น Tadoushi ไม่ได้ คุณสามารถนำกริยา Jidoushi คือ 落ちる (ochiru - ตกเอง) มาผันเป็น 落ちさせる (ochisaseru - ทำให้มันตก/ปล่อยให้ตก) เพื่อทดแทนกันในโครงสร้างความหมายได้ชั่วคราวครับ
Q: มีคำกริยาบางคำในภาษาญี่ปุ่นที่เป็นได้ทั้ง Jidoushi และ Tadoushi ในตัวคนเดียวหรือไม่?
A: มีครับ! คำกริยาในกลุ่มนี้เรียกว่า "คำกริยาร่วมสองประเภท" (両用動詞) ตัวอย่างเด่นๆ เช่น 開く (hiraku - เปิด) ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้ง 「ドアが開く」 (ประตูเปิดออกเอง) และ 「本を開く」 (เปิดหนังสือ) หรือคำว่า 閉じる (tojiru - ปิด) เช่น 「本を閉じる」 (ปิดหนังสือ) และ 「目が閉じる」 (ตาปิดลง) รวมถึงกริยากลุ่มคำยืมภาษาจีนที่ลงท้ายด้วย する (suru) บางคำ เช่น 運転する (unden suru - ขับรถ) ด้วยครับ
Q: Jidoushi สามารถนำมาผันเป็นรูปถูกกระทำ (Passive Form) ได้หรือไม่?
A: สามารถทำได้ครับ! ทว่าในภาษาญี่ปุ่นจะมีลักษณะไวยากรณ์พิเศษที่เรียกว่า "รูปถูกกระทำทางอ้อมที่ได้รับความเดือดร้อน" (Adversative Passive / 迷惑の受身) ซึ่งมักใช้คู่กับ Jidoushi เช่น 「雨に降られました」 (ถูกฝนตกใส่ ➔ สื่อความเดือดร้อนว่าเราเปียกฝนและลำบาก) หรือ 「泥棒に逃げられました」 (ถูกขโมยหนีไปเสียแล้ว ➔ สื่อความเดือดร้อนว่าเราตามจับขโมยไม่ได้) ซึ่งเป็นมิติไวยากรณ์ที่ไม่มีในภาษาไทยครับ

🎮 พัฒนาประสาทการฟังและการใช้คำกริยาคู่ภาษาญี่ปุ่นกับยูโตะ!

แบนเนอร์เข้าเล่นเกม ยูโตะ ยูนิเวิร์ส อินเทิร์น 1 เดือน เริ่มทดลองคุยเล่นเกมจำลองภาษากับยูโตะฟรี